นายจ้างในจีนบังคับพนักงานทุกคนนุ่งชุดขาว ร่วมขบวนแห่ศพแม่ยาย ใครไม่มาสั่งปรับเงินเป็นพัน

วันที่ 22 พฤษภาคม 2558 เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อีสท์ มีรายงานว่า นายจ้างรายหนึ่งในเมืองไถโจว มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน ได้ตกมาเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วสังคมออนไลน์ของจีน หลังมีการเปิดเผยว่าเขาได้บังคับให้พนักงานทุกคนในบริษัทแต่งชุดขาวมาร่วมขบวนแห่ศพของแม่ยายของเขา และหากพบว่าใครไม่มาร่วมขบวนก็จะถูกปรับเงิน 200 หยวน หรือราว 1,000 บาท

(more…)

Leave a reply

เตรียม‘ดอกบัว’4แสน-ไม่พอ จราจรเมืองขอนแก่นอัมพาต พี่น้อง‘จก-ทา’ร่วมบวช109รูป

คลื่นมหาชนแห่สักการะสรีระสังขารหลวงพ่อคูณวันสุดท้ายอย่างเนืองแน่นจนล้นห้องประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มข. หลายคนปักหลักเฝ้ารอเปิดประตูตั้งแต่ตี 5 ส่งผลการจราจรในเมืองขอนแก่นติดหนึบ คณะแพทยศาสตร์ มข. เปิดให้ดูความพร้อมของอ่างสเตนเลสสำหรับใช้ดองศพตั้งไว้ที่ชั้น 7 ก่อนนำร่างแช่ ขณะที่คนสมัครบวชถวายอุทิศส่วนกุศลเกินปริมาณต้องขยายจากเดิม 93 คน เป็น 109 คน คาดวันย้ายสรีระสังขารคนจะยิ่งทะลักมากกว่าทุกวัน สั่งระดมดอกบัวเพิ่ม 3-4 แสนดอก เพื่อรองรับคลื่นมหาชน

คลื่นญาติธรรมแห่ร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมและสักการะสรีระสังขารพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ในวันสุดท้ายอย่างเนืองแน่น ทั้งนี้ตั้งแต่เวลา 05.00 น.วันที่ 23 พ.ค. ที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น ศิษยานุศิษย์จากทั่วประเทศทยอยเดินทางเข้ามากราบสรีระสังขารในพิธีบำเพ็ญ กุศลวันสุดท้ายอย่างเนืองแน่นมากกว่าทุกวันจนล้นทะลักออกมาด้านนอกศูนย์ประชุมและต่อเนื่องตลอดทั้งวันทำให้การจราจรบริเวณศูนย์ประชุมฯติดขัดไปจนถึงถนนรอบนอก ส่งผลให้การจราจรในเมืองขอนแก่น ติดขัดตั้งแต่แยกเซ็นทรัล แยกศรีฐานตัดใหม่ไปจนถึงถนนมะลิวัลย์ โดยเฉพาะถนนกัลปพฤกษ์ด้านหน้าหอประชุมฯ การจราจรติดขัดมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรต้องทำงานอย่างหนักเพื่อระบายรถ

Leave a reply

นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกฯให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสอบ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กรณีความขัดแย้งในกระทรวงสาธารณสุขว่า ได้ข้อมูลพอสมควร อีกเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวโยงคือการสอบข้อเท็จจริงความโปร่งใสของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) มีความคืบหน้ามากเช่นกัน รายงานข้อมูลเบื้องต้นมาแล้ว เตรียมรวบรวมข้อมูลการสอบและแนวทางการปรับปรุงการทำงาน สปสช.รายงาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต่อไปภายใน 1-2 สัปดาห์นี้

ป.ป.ช.ปลุกกระแสต้านโกง

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จัดสัมมนาคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประจำปีงบประมาณ 2558 เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นและหาแนวทางขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติฯให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยนาย ภักดี โพธิศิริ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติฯให้ประสบความสำเร็จ ต้องเน้นการ บูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการปราบปรามทุจริตอย่างจริงจัง และการป้องกันการทุจริตที่มีประสิทธิภาพ ต้องยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใสภาครัฐ โดยยึดหลักธรรมาภิบาล มีความโปร่งใสและการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐเพิ่มขึ้น ส่วนภาคเอกชนก็ต้องยึดหลักบริษัทภิบาลลดการทุจริตการติดสินบน ขณะเดียวกัน ภาคประชาสังคมต้องสร้างเครือข่ายปลุกกระแสไม่ยอมรับการโกงส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วม สื่อมวลชนต้องขุดคุ้ยเรื่องไม่ชอบมาพากล โดย ป.ป.ช.มีเป้าให้การประเมินดัชนีความโปร่งใสของประเทศอยู่ต่ำกว่าอันดับ 50 ภายในปี 2560

Leave a reply

 

ด้านความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังจากส่งเครื่องบินส่วนตัวไปรับลูก และหลาน มาที่ประเทศสิงคโปร์เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณยังคงอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยตลอดทั้งวันได้ใช้เวลาส่วนใหญ่เลี้ยงและเล่นกับหลานสาวฝาแฝด “เอมิ-พิณธารา”-“นานิ-พิณนารา” ตื่นเช้าขึ้นมาก็ไปอุ้มหลานสาวทั้ง 2 คนทันทีทั้งที่ยังใส่ชุดนอน ขณะที่บรรดาลูกๆ ทั้งนายพานทองแท้ ชินวัตร น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ต่างโพสต์ภาพและคลิปในอิริยาบถต่างๆของ พ.ต.ท.ทักษิณผู้เป็นพ่อที่กำลังเลี้ยงและเล่นกับหลานสาวทั้ง 2 คน ผ่านทางอินสตา– แกรม โดยนายพานทองแท้ระบุว่า “ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่คุณพ่อมีความสุขที่สุดในรอบ 10 ปี” เช่นเดียวกับแฟนคลับที่เข้ามาแสดงความเห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณดูมีความสุขมาก พร้อมทั้งฝากให้ น.ส.พินทองทา พา “เอมิ-นานิ” ไปหา พ.ต.ท.ทักษิณบ่อยๆ

“ปู” เดินตลาด–ทำบุญ 3 จ.อีสาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปร่วมทำบุญเลี้ยงพระเพลในงานสวดอภิธรรมศพมารดานางบุญรื่น ศรีธเรศ อดีต รมช.ศึกษาธิการ ที่ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ก่อนแวะซื้อกาแฟที่ อ.ยางตลาด จากนั้นเดินทางผ่านไปยัง อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม เพื่อแวะซื้อผลไม้และของฝาก โดยยังคงมีบรรดาแม่ค้า ประชาชนทั่วไป เข้ามาขอถ่ายรูป และให้กำลังในการต่อสู้คดีเหมือนเช่นเดิม ต่อมาในช่วงบ่าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เดินทางไปกราบสักการะพระธาตุขามแก่น ที่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ตามคำแนะนำของนายจตุพร เจริญเชื้อ อดีต ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ที่บอกว่าพระธาตุขามแก่นถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง การมากราบไหว้จะช่วยเสริมกำลังใจ และทำให้เกิดความสบายใจ กระทั่งช่วงเย็น น.ส.ยิ่งลักษณ์จึงไปสนามบินเดินทางกลับบ้านที่ กทม.

Leave a reply

นายวัชระกล่าวถึงกรณีอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ยืนยันระบอบทักษิณไม่มีอยู่จริงว่า ถือเป็นพวกที่เลี้ยงไว้ไม่เสียข้าวสุกซึ่งทั้งที่รู้ว่าระบอบทักษิณมีจริงและเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างปัญหาให้ประเทศจนถึงวันนี้

แก้แทน “มาร์ค” แพ้ ลต.จนหลอน

นายราเมศ รัตนเชวง รองโฆษกและฝ่ายกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยระบุพาดพิงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า แพ้การเลือกตั้งจนหลอน และเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์วางมือทางการเมืองว่า เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงของพรรคเพื่อไทยให้ประชาชนเข้าใจผิด การอ้างบิดเบือนว่าแพ้การเลือกตั้งจนหลอน ทั้งที่การเมืองประชาธิปไตยปกติ เมื่อชนะก็เป็นรัฐบาล หากแพ้ก็เป็นฝ่ายค้าน พรรคเคยทั้งแพ้และชนะมาแล้ว แต่สิ่งที่หลอนนักการเมืองคือ การทุจริตต่อประเทศชาติ ที่จะตามติดไปทั้งชีวิตสิ่งที่ตามหลอกหลอน พ.ต.ท.ทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รวมทั้งสมาชิกพรรคเพื่อไทยคือเรื่องนี้ต่างหาก ยิ่งคสช.ประกาศเช็กบิลคนโกง ก็จะยิ่งหลอน

บี้ คสช.อายัดทรัพย์ “ปู–พวก” คดีข้าว

นายราเมศกล่าวอีกว่า เรื่องสำคัญที่ คสช.และรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่ได้ดำเนินการ หลังจาก ป.ป.ช. ทำหนังสือถึงกระทรวงการคลังให้ฟ้องเรียกค่าเสียหาย 6 แสนล้านบาทจากโครงการจำนำข้าว วันนี้ยังไม่มีความคืบหน้า จึงขอเตือนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ว่า บุคคลที่ต้องรับผิดชอบค่าเสียหาย 6 แสนล้านบาทคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และพวก ซึ่งกระทรวงการคลังต้องเร่งดำเนินการทำเรื่องนี้ เพราะอายุความคดีแพ่งสั้นกว่าคดีอาญา หากยืดเยื้อทำให้อายุความของคดีแพ่งขาดไป ทั้ง คสช.และรัฐบาลนี้ต้องรับผิดชอบ และหากยังไม่ส่งเรื่องฟ้องร้องคดีแพ่ง อาจมีการยักยอกถ่ายเททรัพย์สินไปซุกซ่อนที่อื่นได้ จึงมีความจำเป็นต้องฟ้องไว้ก่อนเพื่ออายัดทรัพย์สินของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

Leave a reply

ด้านนายเย ทุต โฆษกประจำรัฐบาลเมียนมา เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กของตนเองว่าเรือบรรทุกผู้อพยพสองลำที่พบล่าสุดที่อ่าวเบงกอล เดินทางออกจากน่านน้ำทะเลใน จ.ระนอง ทางใต้ของไทย เมื่อวันที่ 21 พ.ค. และผู้อพยพที่พบเป็นชาวเบงกาลีจากเมืองจิตตะกอง ทางเหนือของกรุงธากา เมืองหลวงของบังกลาเทศ และรัฐบาลเมียนมาตั้งเป้าว่าจะส่งตัวผู้อพยพกลับแต่มิได้ระบุชัดเจนว่าจะส่งไปยังประเทศใด และสำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่ารัฐบาลเมียนมาไม่ยอมรับว่ากลุ่มชาติพันธุ์โรฮีนจาเป็นพลเมืองดั้งเดิมของเมียนมา ทั้งยังพยายามระบุว่าชาวโรฮีนจาเป็นชาวเบงกาลีจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านบังกลาเทศ ซึ่งมีพรมแดนติดกับรัฐยะไข่ของเมียนมา

นอกจากนี้ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผบ.ทบ.แห่งเมียนมา ได้ออกแถลงการณ์เตือนประชาคมโลก ว่า ผู้อพยพที่ได้รับการช่วยเหลือขึ้นฝั่งที่ประเทศอินโดนีเซียและประเทศมาเลเซียตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา อาจแอบอ้างว่าเป็นชาวโรฮีนจาจากรัฐยะไข่ ทางตะวันตกของเมียนมา เพื่อจะขอรับความช่วยเหลือจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ในการอพยพไปตั้งรกรากในประเทศที่ 3 แต่ทางการเมียนมาขอยืนยันว่าผู้อพยพเหล่านั้น มาจากประเทศบังกลาเทศ

ขณะที่นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเดินทางเข้าร่วมการประชุมแนวทางรับมือปัญหาขบวนเรือผู้อพยพซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเนปิดอว์ของเมียนมา เรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมามีความจริงจังในการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนภายในประเทศ ซึ่งจะต้องแก้ไขปัญหาการคุกคามและละเมิดสิทธิชาวมุสลิมโรฮีนจาในประเทศ รวมถึงต้องรับรองสิทธิของประชาชนในการนับถือศาสนา เนื่องจากที่ผ่านมารัฐบาลเมียนมาได้บังคับใช้กฎหมายกีดกันชาวพุทธในประเทศไม่ให้แต่งงานกับชาวมุสลิมโรฮีนจา และออกกฎหมายควบคุมจำนวนบุตรในครอบครัวชาวมุสลิมโรฮีนจาเข้าข่ายการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม

Leave a reply

วันเดียวกัน พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.พร้อมด้วย ร.ท.สมนึก เสียงก้อง รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน ร่วมประชุมกับชุดสอบสวนคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจาเป็นครั้งแรก ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธร ภาค 9 ส่วนหน้า เพื่อติดตามความคืบหน้าการสอบสวนและร่วมกันให้ขั้นตอนการสอบสวนและการรวบรวมพยานหลักฐานรวดเร็วยิ่งขึ้น ก่อนที่จะส่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด เนื่องจากพยานหลักฐานของคดีมีจำนวนมาก

ภายหลังการประชุม พล.ต.อ.เอก เปิดเผยว่า รองอธิบดีอัยการได้ให้คำแนะนำแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการทำงานของพนักงานสอบสวนในการรวบรวมสำนวนคดี และแต่งตั้งอัยการประจำจังหวัดซึ่งเป็นพื้นที่เกี่ยวข้องทางคดี เข้ามาร่วมประชุมกับพนักงานสอบสวน โดยจะมีการประชุมร่วมกันทุกสัปดาห์ยืนยันว่าจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นทันกรอบเวลาที่วางไว้ ส่วนกรณีที่ยังคงมีการออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการจะไม่กระทบต่อการสรุปสำนวนคดี เนื่องจากมีการแบ่งการทำงานของเจ้าหน้าที่อย่างชัดเจน โดยทำควบคู่กันไปทั้งการสอบสวนและการขยายผล เพื่อให้สามารถเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ให้ได้ทั้งขบวนการ

สำหรับความเคลื่อนไหวในต่างประเทศ นายทิน หม่อง ฉ่วย เจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับสูงแห่งรัฐยะไข่ ทางตะวันตกของเมียนมา ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเอเอฟพี ว่า กองทัพเรือเมียนมาได้ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้อพยพและลูกเรือ 219 ราย พบบนเรือประมงกลางทะเลอ่าวเบงกอลให้มาขึ้นฝั่งที่เมืองหม่องดอว์ ทางตะวันตกของเมียนมา ในช่วงเช้าที่ผ่านมา ถือเป็นการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้อพยพครั้งแรกของกองทัพเมียนมา หลังเรือประมง 2 ลำเคลื่อนเข้ามาในน่านน้ำทะเลเมียนมาตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค. โดยเรือลำแรกเป็นเรือสัญชาติไทย บรรทุกผู้อพยพจนเต็มลำ ส่วนเรือลำที่ 2 เป็นเรือเปล่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลเมียนมานำตัวผู้อพยพที่พบทั้งหมดขึ้นฝั่งไปพำนักยังศูนย์พักพิงชั่วคราวเมืองหม่องดอว์ เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์และเสบียงอาหาร

Leave a reply

ตำรวจภาค 9 แถลงเครือข่ายค้ามนุษย์โรฮีนจา มอบตัวเพิ่มอีก 2 ราย ยอดยึดทรัพย์พุ่ง 85 ล้าน เร่งไล่ล่าผู้ต้องหาอีก 31 ราย “บิ๊กเอก” ถกรองอธิบดีอัยการหารือรวบรวมพยานหลักฐานหวังเอาผิดยกขบวนการ เมียนมาอ้าแขนช่วยผู้อพยพชาวเบงกาลีกลางทะเลอ่าวเบงกอลขึ้นฝั่งเป็นครั้งแรก 219 ราย เล็งส่งตัวผู้อพยพกลับ เตือนประชาคมโลกมนุษย์เรืออาจแอบอ้างเป็นชาวโรฮีนจา หวังขอรับความช่วยเหลือ สหรัฐฯจี้เมียนมาแก้ปัญหาละเมิดสิทธิชาวโรฮีนจาในประเทศ ชี้เข้าข่ายเลือก ปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม

ต่างชาติยังคงจับตาการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจา ขณะที่รัฐบาลเมียนมาจัดประชุมระหว่างประเทศที่กรุงเนปิดอว์ เมืองหลวงเมียนมา เพื่อหารือแนวทางรับมือผู้อพยพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีตัวแทนจากสหรัฐอเมริกา อินโดนีเซียและมาเลเซีย เข้าร่วมประชุม รัฐบาลเมียนมาเสนอให้ยอมรับชาวโรฮีนจาเป็นชาวเบงกาลี อพยพมาจากประเทศเพื่อนบ้านบังกลาเทศ พร้อมพิจารณาให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้อพยพทั้งหมด ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ไทยกำลังไล่ล่าเครือข่ายค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจาอย่างต่อเนื่อง

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธร ภาค 9 ส่วนหน้า พล.ต.ต.พุทธิชาติ เอกฉันท์ รอง ผบช.ภ.9 แถลงความคืบหน้าคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจาทั้งใน จ.สงขลา สตูล และระนอง ว่า ล่าสุดมีผู้ต้องหาเข้ามอบตัวเพิ่มอีก 2 ราย คือ นายศราวุธ พรหมกะหมัด และนายทนงศักดิ์ เหมมัน เครือข่ายค้ามนุษย์ใน จ.สงขลา รวมผู้ต้องหาทั้งที่มอบตัว จับกุม และอายัดตัวทั้งหมด 46 ราย จากที่ออกหมายจับไป 77 ราย อยู่ระหว่างการหลบหนี 31 ราย ส่วนการยึดทรัพย์เครือข่ายค้ามนุษย์ขณะนี้มียอดเพิ่มขึ้นกว่า 85 ล้านบาท สำหรับการสอบสวน นายโปเซี่ย อังโชติพันธุ์ หรือโกเซี่ย เครือญาติ นายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หรือโกโต้ง อดีตนายก อบจ.สตูล ตัวการสำคัญในคดี รวมถึงผู้ต้องหาที่เข้ามอบตัวก่อนหน้านี้ ยังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและขอสู้คดีในชั้นศาล เจ้าหน้าที่ได้นำตัวบางส่วนไปฝากขังที่ศาลจังหวัดนาทวี และมีบางส่วนยังถูกควบคุมตัวเพื่อสอบสวนที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธร ภาค 9 ส่วนหน้า

Leave a reply

ศิษยานุศิษย์จากทั่วประเทศแห่ร่วมสักการะสรีระสังขารหลวงพ่อคูณเนืองแน่นกว่าวันละ 1 แสนคน คาดสองวันสุดท้ายของงานมีมหาชนแห่ร่วมพิธีกว่า 2 แสนคน ขณะที่ รมว.ไปรษณีย์โทรคมนาคมและการสื่อสาร สปป.ลาว และคณะ เป็นตัวแทนทางการลาวเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมเป็นกรณีพิเศษ เผยเป็นลูกศิษย์มานาน เคารพและศรัทธาคำสอนหลวงพ่อ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข. เผยหลังแช่สรีระหลวงพ่อไว้ในคณะกายวิภาคศาสตร์ จะไม่เปิดให้ประชาชนเข้าสักการะเกรงไม่เหมาะสม ให้รอร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ และจะไม่เก็บเถ้าอังคารไว้ ตำรวจระดมกำลัง 400 นาย ดูแลความเรียบร้อยบริเวณงาน เผยมีแก๊งมิจฉาชีพอาละวาดล้วงกระเป๋าฉกกระเป๋าเงินอื้อ

คลื่นมหาชนยังคงทะลักกราบสักการะสรีระสังขารพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ตั้งบำเพ็ญกุศลที่หอประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยตั้งแต่เช้าวันที่ 21 พ.ค. พุทธศาสนิกชนและศิษยานุศิษย์จากทั่วประเทศ เข้าแถวกราบสักการะสรีระสังขารหลวงพ่อ คูณจนล้นหอประชุม เจ้าหน้าที่ต้องมีการประกาศให้ใช้วิธียืนน้อมตัวไหว้แทนการนั่งกราบ และอย่าถ่ายรูปนานเกินไปเพื่อความรวดเร็ว เนื่องจากคนที่ยืนต่อแถวมีทั้งผู้สูงอายุ และคนพิการ และแจ้งว่าในแต่ละวันมีประชาชนมากราบสักการะสรีระหลวงพ่อวันละกว่า 1 แสนคน คาดในช่วงวันหยุดราชการวันที่ 23-24 พ.ค.นี้ ซึ่งเป็นช่วง 2 วันสุดท้ายของพิธีสวดพระอภิธรรม จะมีพุทธศาสนิกชนมาร่วมพิธีวันละกว่า 2 แสนคน พร้อมแจ้งเตือนให้ระวังมิจฉาชีพที่แฝงตัวเข้ามาอาละวาดล้วงกระเป๋าฉกทรัพย์สินด้วย

Leave a reply

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบ ปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายธนากร คมกฤส ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนปฏิรูปสลาก ยื่นหนังสือถึงนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช.ผ่าน พ.ต.อ.อิทธิพล กิจสุวรรณ ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช.ขอให้ตรวจสอบความไม่โปร่งใสในสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ปล่อยให้ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคามายาวนาน เข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงกรณีจัดตั้งมูลนิธิสลากกินแบ่งรัฐบาลมารับโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยมีคนในสำนักงานสลากฯทั้งอดีตและปัจจุบัน เป็นกรรมการมูลนิธิ เข้าข่ายมีผลประโยชน์ทับซ้อน

พลเมืองโต้กลับบุกสถานทูตญี่ปุ่น

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย ถนนวิทยุ นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ และนายวรรณเกียรติ ชูสุวรรณ แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ เข้ายื่นหนังสือถึงเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ผ่านนายไดอิ อะคิโมโต๊ะ เลขานุการเอกอัครราชทูตคนที่หนึ่งฝ่ายการเมือง เรียกร้องให้รัฐบาลญี่ปุ่นร่วมลงชื่อกับทางกลุ่มเพื่อเป็นโจทก์ยื่นฟ้องคสช.ในความผิด ม.113 ข้อหาเป็นกบฏในราชอาณาจักร นายพันธ์ศักดิ์ เผยว่า วันที่ 22 พ.ค.ครบรอบ 1 ปีการรัฐประหาร ทางกลุ่มนัดหมายกันที่สถานีรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที ลาดพร้าว เพื่อเดินเท้าไปยื่นคำฟ้องต่อศาลอาญารัชดาฯให้ดำเนินคดีกับคณะ คสช.ตามความผิดใน ม.113 ข้อหาเป็นกบฏ ส่วนที่มาเชิญรัฐบาลญี่ปุ่นร่วมเป็นโจทก์เพราะมีพลเมืองญี่ปุ่นเสียชีวิตในเหตุการณ์ปี 53 ด้วย ทั้งนี้ หลังยื่นหนังสือนายพันธ์ศักดิ์ และนายวรรณเกียรติ ถูกตำรวจและทหาร ม.พัน. 1 เชิญตัวไปสอบปากคำที่ สน.ลุมพินี ก่อนลงบันทึกประจำวันแล้วปล่อยตัว

นิด้าโพลครบปีชอบทำงานจริงจัง

อีกเรื่อง นิด้าโพลเปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน “1 ปี คสช. กับการคืนความสุขให้คนในชาติ” จากประชาชนทั่วประเทศ 1,250 ตัวอย่าง พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 49.44 ระบุว่ามีความสุขเพิ่มขึ้น เพราะ คสช.พูดจริง ทำงานจริงจัง สถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองลดลง ร้อยละ 40.72 ระบุว่ายังใช้ ชีวิตตามปกติ และยังมีปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ การจัดระเบียบสังคม ขณะที่ร้อยละ 9.68 ระบุว่ามีความสุขลดลง เพราะเศรษฐกิจไม่ดี ค่าครองชีพสูง ถูกลิดรอนสิทธิและเสรีภาพ เมื่อเทียบกับผลสำรวจ 6 เดือน คสช. เมื่อสำรวจเมื่อเดือน พ.ย.2557 พบว่าไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไรนัก ที่ร้อยละ 49.28 ระบุว่ามีความสุขเพิ่มขึ้น

Leave a reply